วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

BIM100 GM1 น้ำมังคุด BIM & TRIM,สุขและสวย โดย BIM 100,Operation BIMจังหวัดนครศรีธรรมราช

Bim100 Asianlife เอเชี่ยนไลฟ์ นครศรีธรรมราช ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพรายการสุขและสวย โดย BIM 100 บิม100 เสริมสร้างภูมิคุ้มกันสมดุล Operation BIM ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย คณะ BIMXPERT น้ำมังคุดสกัดเข้มข้น, การ์ซีเนียแคปซูล GM-1, Arthrinox, Diabenox, Noriasis, Tumorid, ครีมนวดสลายไขมันทริมวันโลชั่น, TrimOne Lotion, Gold Shape, โกลด์เชพ, เซเว่นวอนเดอส์, ไลฟ์ ชุดฝ้า, Lyfe, Garcinia, การ์ซีเนีย ชุดรักษาสิว
มหันตภัยเงียบ คร่าชีวิตคนไทยทุกๆชั่งโมงโรคหัวใจ และ สมองขาดเลือดเชียบพลัน   
กิงโก๊ะบิโลบา
Ginkgo Biloba
ช่วย
-ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดที่สมองและหัวใจ
-ฟื้นฟูสมถภาพทางเพศ
-ปอ้งกันบรรเทาอาการอัมพฤษ์อัมพาต

Ginkgo Biloba กิงโกะ บิโลบา ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายโดย เอเชียนไลฟ์ ได้รับการรับรองคุณภาพโดยศาสตราจารย์ ดร.ยาง ชอง เรน แห่งสถาบันพฤกษศาสตร์ชั้นนำของโลก นครคุณหมิง ประเทศจีน (Kunming Institute of Botany)  มีปริมาณสารสำคัญสูงที่สุด ในจำนวนผลิตภัณฑ์ ชนิดเดียวกันในเครื่องหมายการค้าอื่นจึงมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

บรรเทาอาการปวดศีรษะ วิงเวียน ไมเกรน
ความผิดปกติในการได้ยิน เสียงหริ่งในหู
ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดที่สมองและแขน ขา อาการชา ตามปลายมือ ปลายเท้า อาการจากอัมพาตและอัมพฤกษ์
ลดอาการเสื่อมของสมอง เสริมสร้างความจำระยะสั้น ระยะยาว และการขาดสมาธิ
ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดในสมอง หลอดเลือดเข้าสู่หัวใจ
อาการแทรกซ้อนในโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
การเกิดต้อกระจกและจอตาเสื่อม
เสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ

http://www.AsianLifeOnline.net/Product/VAMB001-ginkgo-biloba.asp?id=M27012&ad=Sanook.com
บล็อกของ โรคหัวใจและสมองขาดเลือดอย่างเฉียบพลัน

สอบถามวิธีสั่งซื้อได้ที่
k.ขุมทรัพย์ นุกูล
085-0385156
081-5355083
pasu99@gmail.com
http://www.healthsiam.com/




วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เราอาจเป็นภูมิแพ้โดยไม่รู้ตัว

โรคภูมิแพ้
 โรคภูมิแพ้ Allergy
โรคทางเดินหายใจเป็นโรคที่พบมากของประเทศไทยโดยเฉพาะประชาชนในเขตเมืองเนื่องจากมลภาวะและภูมิแพ้ บทความนี้จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับภูมิแพ้ในหลายแง่มุมที่คุณควรจะรู้

โรคภูมิแพ้คืออะไร
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีหน้าที่ที่จะจดจำสิ่งแปลกปลอมที่จะทำร้ายร่างกายเรา เช่นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัสโดยการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นต่อสู้กับเชื้อโรค โรคภูมิแพ้เป็นภาวะที่ภูมิของร่างกายมีปฏิกิริยากับโปรตีนหรือสารก่อภูมิแพ้ allergen จากสิ่งแวดล้อมซึ่งปกติจะไม่มีอันตรายสำหรับผู้ที่ไม่แพ้ ปฏิกิริยานี้เริ่มเมื่อเราได้รับสารก่อภูมิแพ้ก็จะเกิดการสร้างภูมิที่เรียกว่า IgE antibody ตัว antibody นี้จะกระตุ้น Mast cell ให้มีการหลั่งสาร Histamin ขึ้นที่เนื้อเยื่อต่าง เช่น ผิวหนัง ปอด จมูก ลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะต่างๆ อาการแสดงจะเกิดตามอวัยวะต่างๆ เช่นลมพิษที่ผิวหนัง คัดจมูก แน่นหน้าอกเนื่องจากหอบหืด บางรายอาจจะรุนแรงถึงกับเสียชีวิตได้ Anaphylaxis shock

คนเราเป็นภูมิแพ้ได้อย่างไร
เนื่องจากเกิดโรคภูมิแพ้เป็นจำนวนมากจึงได้มีการวิจัยหาสาเหตุของโรคภูมิแพ้
กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว เช่นพ่อแม่ พี่น้อง ก็จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่าย เด็กชายเป็นมากกว่าเด็กหญิงหากพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้เด็กจะเป็นภูมิแพ้ได้ร้อยละ 30 แต่หากทั้งพ่อและแม่เป็นภูมิแพ้เด็กจะมีโอกาศเป็นโรคภูมิแพ้ร้อยละ 50-60
สิ่งแวดล้อมของเด็กในขวบปีแรกสำคัญมาก การสัมผัสควันบุหรี่ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ สะเก็ดรังแคสัตว์ การใช้ยาปฏิชีวนะ การรับประทานอาหารสำเร็จรูป เหล่านี้จะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้
การติดเชื้อไวรัสในวัยเด็ก การที่มีเชื้อ lactobacillus ในลำไส้หรือการอาศัยใกล้ฟาร์มสัตว์จะลดอุบัติ

อาการณ์ของภูมิแพ้ การหลีกเลี่ยงหรือนำสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ออกจากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเป็นการรักษาที่สำคัญที่สุดในการรักษาโรคภูมิแพ้ ซึ่งจะทำให้ลดอาการของโรคภูมิแพ้และลดปริมาณการใช้ยา
ทำไมคนในเมืองถึงเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นพบว่าปัจจัยที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง
คนในเมืองอยู่บ้านมาก ติดเครื่องปรับอากาศ ไม่ออกกำลังกายทำให้ร่างกายอ่อนแอ เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
เด็กกินนมแม่น้อยลง คนรับประธานอาหารจานด่วนมาก ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้ามามาก เช่น สี สารกันบูด
คนนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในบ้านเพิ่ม
การตกแต่งบ้าน ติดตั้งพรมและติดเครื่องปรับอากาศทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดี เชื้อไรฝุ่นเจริญได้ดี
มลภาวะจากอุตสาหกรรม และการจราจร
การสูบบุหรี่
สารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ในบ้าน

สารก่อโรคภูมิแพ้ในบ้านจะพบได้ตลอดปีและเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรค ภูมิแพ้คัดจมูก โรคหอบหืด ผื่นแพ้ eczema สารก่อภูมิแพ้ในบ้านที่สำคัญได้แก่
ไรฝุ่นพบมากบนที่นอน โซฟา
สะเก็ดรังแคสัตว์ น้ำลาย และเหงื่อของสัตว์เลี้ยง
ขนนก ของเสียแมลงสาบ รา

 วิธีป้องกันสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน
 
เปิดหน้าต่างให้เกิดการถ่ายเทของอากาศ โดยเฉพาะห้องครัว ห้องน้ำโดยเปิดหน้าต่างอย่างน้อยครั้งละ 1 ชั่วโมงเปิดวันละสองครั้งหากแพ้เกสรควรปิดหน้าต่างโดยเฉพาะช่วงที่มีเกสรดอกไม้มาก
ไม่ควรตากผ้าในห้องนอนและห้องนั่งแล่น
ถ้าห้องมีความชื้นมากให้เปิดให้อาการถ่ายเทให้มาก
การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคภูมิแพ้
ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขนไว้ในบ้านโดยเฉพาะในห้องนอน
ไม่ควรตกแต่งห้องนอนด้วยพรม หรือมีตุกตา มั่นเช็ดฝุ่นบ่อยๆ
ห้องนอนไม่ควรจะมีชั้น หรือหนังสือ
เครื่องนอนควรจะซักและต้มสัปดาห์ละครั้ง
งดบุหรี่ หรือทาสีในบ้าน
หมั่นทำความสะอาด และดูดฝุ่นบ้านและม่านกันแดด
กำจัดเศษอาหารให้มิดชิดเพื่อป้องกันแมลงสาบ

ผลิตภัณฑ์แนะนำ
ชื่อผลิตภัณฑ์ : การ์ซีเนีย แคปซูล เสริมสุขภาพ

  รหัสสินค้า : VGM001
ขนาด/บรรจุ : 50 เม็ด/ขวด
ราคาพิเศษ 1155 บาท
 
ข้อมูลรายละเอียดย่อ : การ์ซีเนีย แคปซูล Garcinia Capsule ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ด้วยสารสกัด GM-1 จากมังคุด สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมระดับ ภูมิคุ้มกันให้สมดุล หรือผู้ที่มีปัญหา ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาทิเช่น มะเร็ง ภูมิแพ้ พาร์คินสัน ตับเสื่อม กระเพาะอาหาร-ลำไส้อักเสบ ฯลฯ
ข้อมูลรายละเอียดทั้งหมด :


การ์ซีเนีย แคปซูล Carcinia Capsule เสริมสุขภาพ ประกอบด้วยส่วนผสมของสารที่มีคุณสมบัติเด่นๆ GM-1 ในมังคุดตามที่มีรายงานในวงการวิทยาศาสตร์มาแล้วในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีส่วนผสมของสารจากธรรมชาติที่ปลอดภัยอื่น อาทิเช่น ใบบัวบก สารสกัดจากงาดำ โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง ฝรั่ง เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของสารสรรพคุณมังคุดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อีก โดยปราศจากผลข้างเคียง และได้มาตรฐานที่สามารถส่งออกไปจำหน่ายได้ในตลาดโลก และเผยแพร่ทางรายการ BIM100 ออกอากาศสถานี TNN2
การ์ซีเนีย แคปซูล Carcinia Capsule เป็นผลิตภัณฑ์ ที่เกิดจากการพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยของคณะนักวิจัย BIM Team นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา และ ศ. ดร. พิเชษฐ์ เป็นผู้ควบคุมการผลิตเองให้มีสรรพคุณและประสิทธิภาพสูงปลอดภัย และไร้ผลข้างเคียง


แคปซูล (600 มก.) ประกอบด้วย ปริมาณ
ผงน้ำใบบัวบก  ปริมาณ 150 มก. (25%)

ผงน้ำเนื้อมังคุด ปริมาณ 50 มก. (8.32%)
สารสกัดจากงาดำ ปริมาณ 100 มก. (16.67%)
โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง ปริมาณ 100 มก. (16.67%)
ผงน้ำฝรั่ง  ปริมาณ 100 มก. (16.67%)

รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล ก่อนนอนหรือหลังอาหารเย็นวันละ 1 ครั้ง
รายละเอียด

ปริมาณสุทธิ: 50 แคปซูล นน.30 กรัม/ขวด
เลขทะเบียน อย.: 51-1-00739-1-0091


หมายเหตุ: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน การได้รับสารอาหารต่างๆ ควรได้รับจากการบริโภคอาหารหลักที่หลากหลายชนิดครบทั้ง 5 หมู่ และเป็นสัดส่วนที่พอเหมาะ

ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย
คุณขุมทรัพย์ นุกูล
สอบถามสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่
085-0385156

 http://www.healthsiam.com/
 http://www.AsianLifeOnline.net/Product/VGM001-garcinia-capsule.asp?id=M27012&ad=Sanook.com


ชิคุนกุนยา" คืออะไร


ไม่ใช่โรคใหม่อะไรหรอกครับ แต่เป็นโรคที่อุบัติขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) โดยมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปแอฟริกา ก่อนจะแพร่ระบาดไปหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งผู้ที่บรรยายลักษณะของ โรคชิคุนกุนยาเป็นคนแรกคือ Marion Robinson และ W.H.R. Lumsden ในปี ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) ซึ่งก่อนหน้านั้น 3 ปี เกิดมีการระบาดของโรค ในดินแดนที่ราบสูงมากอนดี พรมแดนระหว่างประเทศโมแซมบิก และแทนซาเนียในปัจจุบัน จากนั้นก็พบการระบาดของเชื้อชิคุนกุนยาเป็นครั้งคราวในทวีปแอฟริกา เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
การแพร่เชื้อโรคชิคุนกุนยาในทวีปแอฟริกานั้น มี 2 วงจร คือ "วงจรชนบท" คน-ยุง-ลิง ซึ่งมีลิงบาร์บูน เป็นโฮสต์ โดยมีการระบาดเล็กๆ เป็นครั้งคราว ก่อนที่คนจะนำเชื้อชนิดนี้ออกมาสู่ชุมชนเมือง ทำให้เกิด "วงจรในเมือง" คน-ยุง กลายเป็นการแพร่ระบาดจากคนสู่คน โดยมียุงเป็นพาหะนั่นเอง
ส่วนการแพร่เชื้อชิคุนกุนยาในทวีปเอเชียต่างจากในทวีปแอฟริกา เนื่องจากวงจรที่พบคือ "วงจรในเมือง" มียุงลายเป็นพาหะนำเชื้อติดต่อไปสู่คนได้ รูปแบบคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้อที่นำโดยยุงลายอื่นๆ ซึ่งอุบัติการของโรคเป็นไปตามการแพร่กระจาย และความชุกชุมของยุงลาย โดยเกิดการแพร่ระบาดในทวีปเอเชียครั้งแรกที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย ในปี ค.ศ.1963 (พ.ศ.2506) จากนั้นพบการระบาดเป็นครั้งคราว จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2005  – ค.ศ.2006 (พ.ศ.2548 – พ.ศ.2549) พบการระบาดใหญ่ที่หมู่เกาะทางตอนใต้ของอินเดีย มีผู้เสียชีวิต 237 ราย และประชากรหนึ่งในสามติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2006 (พ.ศ.2549)  พบการระบาดของไวรัสชิคุนกุนยาในประเทศปากีสถาน ต่อมาในเดือนมกราคม ค.ศ. 2008 (พ.ศ.2551) พบการระบาดในประเทศสิงคโปร์ พบผู้ป่วย 10 ราย โดยทางการสิงคโปร์ได้ออกมาตราการเฝ้าระวังโรคอย่างใกล้ชิด ทางด้านประเทศมาเลเซียพบการระบาดของโรคชิคุนกุนยาในเดือนกันยายน ค.ศ.2008 (พ.ศ.2551) มีผู้ป่วย 1,975 ราย กว่าครึ่งอาศัยอยู่ในรัฐยะโฮร์ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มาจากประเทศอินเดีย และคนมาลาเซียที่เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศอินเดีย

ในประเทศไทยพบมีการระบาดของโรคชิคุนกุนยา 7 ครั้ง ดังนี้
ในปี พ.ศ.2531 (ค.ศ.1988)พบการระบาดที่จังหวัดสุรินทร์
ในปี พ.ศ.2534 (ค.ศ.1991) พบการระบาดที่จังหวัดขอนแก่น และปราจีนบุรี
ในปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ.1993) มีการระบาด 3 ครั้งที่จังหวัดเลย นครศรีธรรมราช และหนองคาย 
ในปี พ.ศ.2551 (ค.ศ.2008) พบการระบาดที่จังหวัดนราธิวาส รายงานผู้ป่วยที่ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ
ตั้งแต่เดือนกันยายน 2551 ถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2551 พบรายงานผู้ป่วยรวมทั้งหมด 170 ราย ใน 2 จังหวัด คือนราธิวาส ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอยี่งอ 99 ราย อำเภอเจาะไอร้อง 9 ราย และอำเภอแว้ง 44 ราย และพบที่ อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี จำนวน 18 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต
ในปี พ.ศ. 2552(ค.ศ.2009) การแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาพบในจังหวัดพัทลุง
โดยสำรวจพบผู้ป่วยครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552 กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือระหว่าง 25-34 ปี อาชีพที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือกลุ่มเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และอาชีพรับจ้าง อำเภอที่พบผู้ป่วยมากสุดคืออำเภอป่าพะยอม อำเภอกงหรา อำเภอเขาชัยสน และอำเภอเมือง ตามลำดับ โดยผู้ป่วยทั้งหมดได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอำเภอนั้น ผู้ป่วยทุกรายอยู่ในอาการปลอดภัย นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นหลังมีผู้ป่วยเดินทางกลับจากรับจ้างกรีดยางพาราจากจังหวัดใกล้เคียง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 พบผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยาสะสมจำนวน 20,541 ราย ใน 23 จังหวัด ยังไม่พบผู้เสียชีวิต โดยพบผู้ป่วยจาก 7 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี ตรัง พัทลุง ยะลา นราธิวาส และสตูล

ที่มาของชื่อไวรัสชิคุนกุนยา 
ชื่อของเชื้อไวรัสชิคุนกุนยานั้น มาจากคำในภาษา Makonde ซึ่งเป็นภาษาของชนพื้นเมืองในแอฟริกาที่อาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศแทนซาเนีย และทางตอนเหนือของประเทศโมแซมบิก โดยรากศัพท์พื้นเมืองเดิมเรียกว่า kungunvala ซึ่งมีความหมายเป็นภาษาอังกฤษว่า "That which bends up" สอดคล้องกับลักษณะอาการปวดข้อของโรคนี้
สาเหตุของโรคชิคุนกุนยา
โรคชิคุนกุนยาเกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya virus) ซึ่งเป็น RNA Virus จัดอยู่ใน genus alphavirus และ family Togaviridae ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ ดังนั้นจึงมักพบการระบาดในช่วงฤดูฝนที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการเพาะพันธุ์ของยุงลาย ซึ่งเมื่อประชากรยุงเพิ่มขึ้น ทำให้มีการติดเชื้อในยุงลายมากขึ้น โดยพบโรคนี้ได้ในทุกกลุ่มอายุ ซึ่งต่างจากไข้เลือดออก และหัดเยอรมันที่ส่วนมากพบในผู้อายุน้อยกว่า 15 ปี
การติดต่อของโรคชิคุนกุนยา
การติดต่อของโรคชิคุนกุนยาเกิดขึ้นเมื่อยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้สูง ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด เชื้อไวรัสนั้นจะไปเพิ่มจำนวนมากขึ้นในตัวยุง และเมื่อยุงนั้นไปกัดคนอื่นต่อ ก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัด ทำให้เกิดการติดเชื้อโรคชิคุนกุนยาได้
ทั้งนี้ โรคชิคุนกุนยามีระยะฟักตัว 1-12 วัน แต่ช่วง 2-3 วันจะพบบ่อยที่สุด ส่วนในช่วงวันที่ 2-4 วัน จะเป็นช่วงที่มีไข้สูง มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก และสามารถติดต่อกันได้หากมียุงลายมากัดผู้ป่วยในช่วงนี้ และนำเชื้อไปแพร่ยังผู้อื่นต่อ

อาการของโรคชิคุนกุนยา
ผู้ที่เป็นโรคชิคุนกุนยาจะมีไข้สูงอย่างฉับพลัน ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกหรือข้อ ปวดกระบอกตา หรือมีเลือดออกตามผิวหนัง และอาจมีอาการคันร่วมด้วย ซึ่งดูเผินๆ คล้ายกับโรคไข้เลือดออก หรือหัดเยอรมัน แต่จะไม่มีอาการรุนแรงจนถึงขั้นช็อก หรือเลือดออกมากเช่นโรคไข้เลือดออก
อย่างไรก็ตาม โรคชิคุนกุนยาสามารถเป็นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ผู้ใหญ่จะมีอาการรุนแรงกว่า คือมักจะมีอาการปวดข้อทั้งข้อมือ ข้อเท้า และเป็นข้ออักเสบตามมาด้วย ซึ่งมักจะเปลี่ยนตำแหน่งที่ปวดไปเรื่อยๆ บางครั้งมีอาการรุนแรงมากจนขยับข้อไม่ได้ แต่จะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ หรือบางคนอาจจะปวดเรื้อรังอยู่เป็นเดือนหรือเป็นปีก็ได้ และไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงช็อกจนเสียชีวิต

การรักษาและป้องกันโรคชิคุนกุนยา
ทุกวันนี้ยังไม่มีวัคซีนสำหรับการรักษาและป้องกันโรคชิคุนกุนยา ดังนั้นการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ เช่น หากเป็นไข้ก็ให้ยาลดไข้ หรือหากปวดข้อก็ให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น  แต่ล่าสุดได้มีผลการศึกษาวิจัยพบว่า ยาคลอโรควิน (Chloroquin) สามารถบรรเทาอาการที่เกิดจากโรคชิคุนกุนยาได้ผลดีเช่นกัน ทั้งนี้ วิธีที่จะสามารถป้องกันโรคชิคุนกุนยาได้ดีที่สุดก็คือ การกำจัดยุงลายอันเป็นตัวพาหะนำโรค โดยต้องหมั่นตรวจดูแหล่งน้ำภายในบ้าน เช่น บ่อ กะละมัง ชาม โอ่งน้ำ ตุ่ม ฯลฯ ควรหาฝาปิดให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ยุงมาวางไข่ หรือให้ใส่ทรายอะเบทในอัตรา 1 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร ลงไปในน้ำก็จะสามารถป้องกันการวางไข่ของยุงลายได้ รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาฉีดพ่นหมอกควันตามอาคารบ้านเรือนที่มีแหล่งน้ำขังอยู่ เพื่อเป็นการป้องกันและกำจัดลูกน้ำยุงลาย
นอกจากนี้ ตัวเราเองก็ต้องป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด โดยการทายากันยุง หรือใช้สารไล่ยุง และสวมเสื้อผ้าที่ป้องกันไม่ให้ยุงกัด รวมทั้งยังต้องเฝ้าสังเกตอาการของคนรอบข้างว่ามีอาการใกล้เคียงกับโรคชิคุนกุนยาหรือไม่ หากมีอาการคล้ายเคียงหรือต้องสงสัยให้รีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว
จะเห็นว่าแม้โรคชิคุนกุนยาจะไม่ทำอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ทำให้คนป่วยได้รับความทุกข์ทรมาน และความรำคาญใจจากอาการปวดได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงควรป้องกัน และเตรียมพร้อมรับมือกับโรคชิคุนกุนยาไว้ก่อนจะดีที่สุดครับ

ผลิตภัณฑ์แนะนำ
รหัส : VGM001
สินค้า : การ์ซีเนีย แคปซูล เสริมสุขภาพ


การ์ซีเนีย แคปซูล Garcinia Capsule ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ด้วยสารสกัด GM-1 จากมังคุด สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมระดับ ภูมิคุ้มกันให้สมดุล หรือผู้ที่มีปัญหา ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาทิเช่น มะเร็ง ภูมิแพ้ พาร์คินสัน ตับเสื่อม กระเพาะอาหาร-ลำไส้อักเสบ ฯลฯ
ราคาเต็ม 1,470.00 บาท   สมาชิก 1,155.00 บาท

ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย
คุณขุมทรัพย์ นุกูล
สอบถามเพิ่มเติมที่โทร 085-0385156
www.healthsiam.com
 http://www.AsianLifeOnline.net/Product/VGM001-garcinia-capsule.asp?id=M27012&ad=Sanook.com
"โรคชิคุนกุนยา" (Chikungunya) หรือ "โรคไข้ปวดข้อยุงลาย"

วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

โรครูมาตอยด์ เก๊าท์ ภาคใต้ นครศรีธรรมราช

โรคเก๊าท์ กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาสปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง ยะลา สงขลา สตูล สุราษฏร์ธานี

 

  http://www.AsianLifeOnline.net/Shop/?id=M27012&ad=Sanook.com

 
โรคเก๊าท์ เกิดได้ยังไง, ยูริค คืออะไร

โรคเก๊าท์ เป็นโรคที่เป็นกันมากขึ้นในคนไทย โดยเฉพาะผู้ชาย และค่อนข้างมีอายุหน่อย ทางการแพทย์รู้จักเก๊าท์มานานแล้ว แต่จนปัจจุบัน ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อโรคนี้อยู่มาก ทั้งตัวแพทย์ผู้รักษาเอง และผู้ป่วย นำมาซึ่งความเชื่อผิด ๆ อยู่ให้เห็นในปัจจุบันเก๊าท์ (Gout) เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายมียูริคสูงอยู่ในเลือดเป็นเวลานาน และด้วยคุณสมบัติของยูริคเอง ที่มีการละลายได้จำกัด (ประมาณ 7 มก./ดล.) ทำให้ยูริคส่วนเกินนี้ เกิดการตกตะกอนในร่างกาย ที่พบมากและทำให้เกิดอาการคือ ในข้อต่าง ๆ, ในไต และเมื่อเป็นเรื้อรัง จะเห็นการตกตะกอนตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ เห็นเป็นปุ่มก้อนตามแขนขาได้กรดยูริค (Uric acid) เป็นผลผลิตจากการสลายสารพิวรีน (purine) ซึ่งเป็นสารสำคัญในการสร้างสาย DNA ในเซลล์ต่าง ๆ ดังนั้นการสลายเซลล์ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่มี DNA จะได้กรดยูริค เสมอ

ทำไมเก๊าท์มีแต่ผู้ชาย อายุมาก, ผู้หญิงไม่เป็นโรคนี้หรือ ?

เนื่องจากภาวะกรดยูริคในเลือดที่สูงนั้น จะยังไม่เกิดการตกตะกอนและเกิดข้ออักเสบทันที แต่ต้องใช้ระยะเวลา ที่กรดยูริคในเลือดสูงเป็นเวลานานหลายสิบปี พบว่าในผู้ชายที่มีกรดยูริคสูงนั้น ระดับของยูริคในเลือด จะเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น และสูงไปนาน จนกว่าจะเริ่มมีอาการ คืออายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงระดับยูริค จะเริ่มสูงขึ้นหลังจากวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิง มีผลทำให้ยูริคในเลือดไม่สูงพบว่ายูริคในเลือดที่สูงนั้น กว่าร้อยละ 90 เกิดจากการสร้างขึ้นในร่างกายเอง อาหารเป็นแหล่งกำเนิดของยูริคในเลือดน้อยกว่าร้อยละ 10 เสียอีก ดังนั้นผู้ที่ไม่มียูริคสูงมาก่อน การกินอาหารที่มีพิวรีนสูง จึงไม่มีทางทำให้ระดับยูริคสูงได้ครับ

ปวดข้อแล้วไปเจาะเลือดพบว่ายูริคสูง แสดงว่าเป็นเก๊าท์, ถ้ายูริคไม่สูง ไม่ใช่เก๊าท์ ?

เป็นความเข้าใจที่ผิดครับ การวินิจฉัยโรคเก๊าท์ อาศัยประวัติและการตรวจร่างกายง่าย ๆ ครับ ข้ออักเสบจากเก๊าท์วินิจฉัยได้ง่าย เพราะผู้ป่วยจะมีอาการ "ปวด บวม แดง ร้อน" ที่ข้อชัดเจน เป็นเร็ว และมักเป็นข้อเดียว ข้อที่เป็นบ่อยได้แก่ ข้อนิ้วหัวแม่เท้า, ข้อเท้า, ข้อเข่า ถ้าผู้ป่วยปวดข้อ แต่สงสัยว่ามีปวด บวม แดง ร้อนหรือไม่ หรือตรวจไม่พบ ไม่ชัดเจน ให้สงสัยว่าไม่ใช่เก๊าท์ ครับ   รายที่เป็นเรื้อรังอาจมีปวดหลายข้อและพบมีปุ่มก้อนที่รอบ ๆ ข้อ เช่น ข้อเท้า, ส้นเท้า, ข้อมือ, นิ้วมือ ได้ ถ้าก้อนเหล่านี้แตกออกจะพบตะกอนยูริคคล้ายผงชอล์กไหลออกมา
การเจาะเลือดตรวจระดับกรดยูริคในเลือด ในช่วงที่มีข้ออักเสบอาจพบว่า สูง ต่ำ หรือเป็นปกติได้ครับ ดังนั้นผู้ที่มีข้ออักเสบเก๊าท์ ไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดในขณะนั้นและไม่ช่วยในการวินิจฉัยครับ ดังนั้น..

ถ้าอาการปวด บวม แดง ร้อน ที่ข้อไม่ชัดเจน ถ้าเป็นที่ข้อบริเวณเท้า แล้วผู้ป่วยเดินได้สบาย แม้ว่าเจาะเลือดแล้วยูริคสูง ก็ให้สงสัยว่าไม่ใช่ เก๊าท์
ถ้ามีอาการปวด บวม แดง ร้อนที่ข้อชัดเจน เป็นในตำแหน่งข้อเท้า ข้อนิ้วหัวแม่เท้า เป็นเร็ว แม้ว่าจะเจาะยูริคแล้วไม่สูง ก็น่าจะเป็นเก๊าท์ ครับ
เก๊าท์ รักษาได้หายขาด จริงหรือ ? ต้องทำยังไง ?

จริงครับ ถ้าเรายอมรับว่า ผู้ป่วยที่รักษาแล้ว ไม่มีอาการปวดข้ออีกเลยตลอดชีวิต เรียกว่าหายผู้ป่วยโรคเก๊าท์ จำเป็นต้องได้รับการรักษาเป็น 2 ระยะ ในความดูแลของแพทย์ ได้แก่

การรักษาในระยะเฉียบพลัน คือ ข้ออักเสบ โดยใช้ยาลดการอักเสบที่นิยมได้แก่ ยา โคลชิซิน (Colchicine) กินวันละไม่เกิน 3 เม็ด (เช่น 1 เม็ดหลังอาหาร 3 มื้อ) จะทำให้ผู้ป่วยหายจากข้ออักเสบในเวลา 1-2 วัน อาจทำให้ข้ออักเสบหายเร็วขึ้น ถ้าใช้ร่วมกับยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์   บางครั้งอาจมีผู้แนะนำให้กินยาโคลชิซิน 1 เม็ด ทุกชั่วโมง จนกว่าจะหายปวด หรือจนกว่าจะท้องเสีย ซึ่งไม่แนะนำ เพราะผู้ที่กินยานี้ จะท้องเสียก่อนหายปวดเสมอ
การรักษาระยะยาว โดยใช้ยาลดกรดยูริคในเลือด โดยถือหลักการว่า ถ้าเราลดระดับยูริคในเลือดได้ ต่ำกว่า 7 มก./ดล. จะทำให้ยูริคที่สะสมอยู่ละลายออกมา และขับถ่ายออกจนหมดได้ ยาที่นิยมใช้ได้แก่ ยา อัลโลพูรินอล (Allopurinol) ขนาด 100-300 มก. กินวันละครั้ง   ซึ่งยานี้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง กินยาสม่ำเสมอ และกินไปนานอย่างน้อย 3-5 ปี เพื่อกำจัดกรดยูริคให้หมดไปจากร่างกาย การกิน ๆ หยุด ๆ จะทำให้แพ้ยาได้ง่าย ซึ่งเป็นผื่นผิวหนังชนิดรุนแรง


ข้อคำนึงในการรักษาได้แก่

ยาลดกรดยูริคมีผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ จึงสงวนไว้ใช้ในผู้ป่วยเก๊าท์เท่านั้น ผู้ที่ตรวจเลือดแล้วพบว่า ยูริคสูง โดยไม่มีอาการปวดข้อแบบเก๊าท์มาก่อน ไม่มีความจำเป็นต้องกินยานี้ เพราะผู้ที่ยูริคสูงไม่ได้เป็นเก๊าท์ทุกคน การกินยาทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็น
เมื่อมีอาการปวดข้อเกิดขึ้น อย่านวด เพราะการนวด หรือใช้ยาทาถู ทำให้อาการข้ออักเสบ เป็นนานขึ้น หายช้า
ในผู้ที่มีอาการข้ออักเสบแบบเก๊าท์ เป็นครั้งแรก ไม่จำเป็นต้องเริ่มยาลดยูริคตั้งแต่แรก เพราะผู้ป่วยส่วนหนึ่ง มีอาการข้ออักเสบ เพียงครั้งเดียวในชีวิต และไม่เป็นอีก และพบว่าการเริ่มกินยาลดกรดยูริคในขณะที่ข้ออักเสบ จะทำให้ข้ออักเสบหายช้าลง
ในผู้ป่วยที่กินยาลดกรดยูริคอยู่ อาจพบว่ามีอาการข้ออักเสบแบบเก๊าท์ได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องหยุดยา เพียงแต่รักษาข้ออักเสบตามข้างต้น และเมื่อกินยาต่อไปเรื่อย ๆ จะพบว่า ข้ออักเสบจะเป็นห่างขึ้น เป็นน้อยลง หายเร็วขึ้น จนกระทั่งไม่มีอาการข้ออักเสบอีกเลย
หลังจากกินยาไปแล้ว 3-5 ปี อาจลองพิจารณาหยุดยาได้ ในผู้ป่วยที่อายุมาก เนื่องจากยูริคที่เริ่มสูงขึ้นหลังจากหยุดยา กว่าจะเริ่มสะสมจนเกิดข้ออักเสบนั้น กินเวลา หลายสิบปี จนอาจไม่เกิดอาการอีกเลยตลอดชีวิต


อาหารกับโรคเก๊าท์ ? / เป็นเก๊าท์ ห้ามกินสัตว์ปีก ?

ไม่ห้ามครับ เพราะเช่นเดียวกับที่กล่าวไว้ข้างต้น ยูริคที่สูงกว่าร้อยละ 90 เกิดจากร่างกายสร้างขึ้นเอง อาหารเป็นส่วนประกอบน้อยมาก ต่อระดับยูริคในเลือด มีการทดลองให้อาสาสมัคร กินอาหารที่มีพิวรีนสูง ทั้ง 3 มื้อ เช่น สัตว์ปีก, เครื่องในสัตว์, ยอดผัก, ไข่ปลา เป็นต้น เป็นเวลาหลายสัปดาห์ พบว่าระดับยูริคในเลือดสูงขึ้นเพียง 1 มก./ดล. ดังนั้นคนธรรมดาที่ไม่ได้กินแต่อาหารที่มีพิวรีนสูงอย่างเดียว จึงแทบไม่มีผลต่อระดับยูริคในเลือดเลย นอกจากนี้ ผู้ป่วยเก๊าท์มักเป็นชายวัยกลางคนหรือสูงอายุ ซึ่งอาจมีโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เบาหวาน, ความดันเลือดสูง ซึ่งจำเป็นต้องจำกัดหรืองดอาหารบางประเภทอยู่แล้ว การบอกให้ผู้ป่วยเก๊าท์งดอาหารพิวรีนสูงเหล่านี้ ทำให้ผู้ป่วยลำบากในการเลือกกินอาหารยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ป่วยเก๊าท์ที่กินยาลดยูริคอยู่แล้ว ยิ่งไม่มีความจำเป็นต้องเลี่ยงอาหารใด ๆ อีกจะเห็นได้ว่า โรคเก๊าท์ เป็นโรคที่มีหลายคน ยังเข้าใจผิดถึงโรคและการปฏิบัติตัว ทำให้เกิดความลำบากในการรักษา และสร้างความทุกข์กับผู้ป่วยด้วย บทความนี้คงทำให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ และยิ่งถ้าผู้ป่วยได้อ่านจะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อตนเองยิ่งขึ้น

วงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ไทย” ดังกระหึ่ม!ไปทั่วโลก หลัง 6 นักวิจัยไทยค้นพบปฏิบัติการ BIM โดยการนำสารธรรมชาติสุดยอดจากผลไม้และธัญพืชหลากชนิดผสมกับสาร GM-1 จากมังคุด ได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM ผลิตภัณฑ์ดีปลอดภัยสูง ช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันของร่างกาย เผยพร้อมเปิดรับพันธมิตรส่งออกหลังต่างชาติเริ่มให้ความสนใจ
นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ไทย เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับโลกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ค้นพบปฏิบัติการ BIM จนได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM ที่สามารถช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุลและป้องกันสิ่งแปลกปลอมอันก่อให้เกิดโรคร้าย โดยการค้นพบปฏิบัติการ BIM ในครั้งนี้มีนักวิทยาศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการนี้ร่วมอยู่ด้วย 6 ท่าน คือ

1.รศ.ดร.วิลาวัลย์ มหาบุษราคัม

2.รศ. ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ

3.ภ.ญ.รศ. ดร.เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร

4.ผศ.ดร.ศิริวรรณ วงศ์ไชย

5.ภ.ญ.รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง

6.ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา

ซึ่งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 6 ท่านนี้ ถือได้ว่าเป็นการรวบรวมพลังทางสติปัญญาความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การวิจัยของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์จากหลากหลายสาขาวิชาการเพื่อต้องการบรรลุถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายเดียวกัน โดยได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณจากองค์การมหาชน สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และบริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) จึงทำให้เกิด OPERATION “BIM” ซึ่งถือเป็นกระบวนการรวมพลังครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ไทย

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หนึ่งในนักวิจัยชื่อดังและหนึ่งในผู้ประสานงาน OPERATION “BIM” กล่าวว่า คณะนักวิจัยได้ใช้ศาสตร์ของการเสริมฤทธิ์ โดยนำสารธรรมชาติสุดยอดจากผลไม้และธัญพืชหลากชนิดผสมกับสาร GM-1 จากมังคุด จนได้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM หลังจากการทดลองจนแน่ใจว่ามีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และไร้ผลข้างเคียงแล้ว จึงได้จดทะเบียนกับสำนักงานอาหารและยาเป็นแคปซูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมทั้งได้จดสิทธิบัตรสูตรไว้ด้วย
ในขณะเดียวกันคณะนักวิจัยยังได้ใช้ความรู้จากปริมาณสารที่มีอยู่ในแคปซูลผลิตภัณฑ์อาหารเป็นหลักในการผลิตน้ำมังคุดสกัดเข้มข้นที่ใช้แล้วได้ผลเช่นกัน โดยที่ไม่มีการเติมสีสังเคราะห์ ไม่เติมน้ำตาล ไม่มีสารกันบูด ไม่แต่งกลิ่นด้วยสารเคมี ไม่มีส่วนเปลือกซึ่งอาจปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ไม่มีแทนนินสีน้ำตาลจากเปลือกในปริมาณมากจนเกิดผลข้างเคียง แต่สามารถช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุลเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM และได้ทำการจดสิทธิบัตรกระบวนการผลิตไว้เมื่อกลางปี 2551 นี้

อีกทั้งมีแผนที่จะระดมทุนจากผู้สนใจในการร่วมผลิตจากทั้งภาครัฐและเอกชนให้เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวของประเทศไทยที่เสริมสร้างสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียงให้กับประชากรโลก และจะร่วมมือกับผู้ที่ต้องการส่งออกรวมทั้งผู้ที่ส่งออกน้ำมังคุดมาตรฐานอื่นอยู่แล้วในขณะนี้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์มาตรฐานนี้ในการส่งออกต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีต่างชาติเริ่มสนใจในงานวิจัยของเราบ้างแล้ว เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เป็นต้น
“ผลจากการที่ได้รับรายงานจากผู้บริโภค และผลที่ได้จากการทดสอบตามหลักวิทยาศาสตร์สากลในห้องปฏิบัติการและในอาสาสมัคร จึงทำให้เชื่อมั่นได้ว่า OPERATION “BIM” จะเป็นปรากฏการณ์สร้างประโยชน์แก่ประชากรทั่วโลกอย่างสูง และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยโดยถ้วนหน้า ที่นักวิทยาศาสตร์ของไทยสามารถรวมพลังสติปัญญาความรู้และประสบการณ์ในการคิด “นอกกรอบ” พัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครในโลกแห่งวิทยาการ”


สินค้า : การ์ซีเนีย แคปซูล เสริมสุขภาพ
การ์ซีเนีย แคปซูล Garcinia Capsule ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ด้วยสารสกัด GM-1 จากมังคุด สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมระดับ ภูมิคุ้มกันให้สมดุล หรือผู้ที่มีปัญหา ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาทิเช่น มะเร็ง ภูมิแพ้ พาร์คินสัน ตับเสื่อม กระเพาะอาหาร-ลำไส้อักเสบ ฯลฯ
ราคาเต็ม 1,470.00 บาท   สมาชิก 1,155.00 บาท
รหัส : VGM018
สินค้า : การ์ซีเนีย แคปซูล สูตร Arthinox (ข้อเข่าอักเสบ)
อาธริน็อกซ์ (รูมาตอยด์) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพสำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าอักเสบ, ข้อเข่าเสื่อม
ราคาเต็ม 1,880.00 บาท   สมาชิก 1,565.00 บาท

การ์ซีเนีย แคปซูล สูตร Arthinox (ข้อเข่าอักเสบ)

ติดต่อสอบถาม 

085-0385156 / 081-5355083

pasu99@gmail.com

http://www.healthsiam.com/

http://www.AsianLifeOnline.net/Product/VGM002-garcinia-ankle-knee.asp?id=M27012&ad=Sanook.com

 http://www.AsianLifeOnline.net/Product/VGM018-arthrinox-rheumatoid-capsule.asp?id=M27012&ad=Sanook.com